13.10.55

บอกไม่ถูกเลยว่า รู้สึก ...สักเท่าไหร่


ดอนคอน ลาวใต้ ง่ายงาม
อีกครั้งที่เก็บเป้และเรียนรู้ที่จะแบกของให้น้อยลงกว่าทุกครั้ง
เป็นจริงตามนั้นเพราะของในเป้ได้ใช้คุ้มค่าอย่างที่สุด
ปลายทางคราวนี้อยู่ที่ดอนคอน (Donekhone) ซึ่งเป็นเกาะกลางลำน้ำโขง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Island ตรงตามความหมาย


ดอนคอนและ ดอนเดดอยู่ในแขวงจำปาสัก ลาวใต้ สองดอนที่โด่งดังในโลกคนใช้ LP เป็นคัมภีร์การเดินทาง เหตุเพราะเป็นดอนที่มีที่พักสำหรับนักแบกเป้ค่อนข้างเยอะ และในรอบบริเวณใกล้ๆ ก็ยังมีดอนอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน ในความหมาย มหานทีสี่พันดอนประมาณนั้น... สองดอนที่ว่ามาอยู่กลางลำน้ำโขง เกือบสุดแดนของสายน้ำในอาณาเขต สปป. ลาว เพราะหากล่องเรือจากดอนเลาะบ่อน (ใช้เรียกบริเวณที่พักที่ชาวประมงทำไว้) และข้ามสะพานของชาวบ้านไปเรื่อยๆ ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงคอนพะเพ็งได้เหมือนกัน แต่อันตรายเกินกว่าที่จะให้นักท่องเที่ยวใช้เส้นทางนี้ อีกเส้นทางน้ำที่สามารถนั่งเรือไปชมโลมาน้ำจืดที่ป่าขาบในเขตประเทศกัมพูชาก็ใกล้นิดเดียว
.....
รู้สึกว่าในลาวใต้นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละแปดสิบเป็นชาวฝรั่งเศส?
ร้อยละเก้าสิบจะเดินทางต่อไปกัมพูชา (บ้านนากะสังห่างจากชายแดนลาว-กัมพูชาไปอีกแค่ประมาณ 35 หลัก
หลักหมายถึงกิโลเมตร)
และเกือบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นนักแบกเป้ซำเหมา ...เผ่าพันธุ์อยู่ง่ายกินง่าย
นักท่องเที่ยวไทยมักจะมากันเป็นกลุ่ม หรือมาทัวร์ เข้าไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผี (somphamit waterfall) แล้วก็กลับ


ไม่แปลกที่เราจะโดนมองว่าเป็นญี่ปุ่น (ทำไมต้องญี่ปุ่น?)
พอบอกว่า เป็นคนไทยคะผู้ใหญ่หน่อยก็ถามต่อว่า มาคนเดียว บ่เอาผัวมาด้วย? หรือ เอาผัวยัง? ฮา..ในที่นี่ผู้คนน่ารักที่นี่มากนะ ^^
ส่วนเรื่องของกินอร่อยถูกปากคนกินแซ่บๆ แบบไทยๆ หลังจากลองมาเกือบทุกร้านในดอนคอนขอแนะนำ ร้านอาหารชื่อ ดอกเหมยเพิ่งเปิดได้แค่สามเดือน (นับจากธันวาคม 2010) น้องสาวเจ้าของร้านชื่อน้องหมีเคยมาทำงานในกรุงเทพฯ เธอว่าเสี่ยงเข้ามาทำงานเพื่อหาเงินส่งให้แม่ ให้น้องได้เรียนสูงๆ เก็บเงินได้ประมาณนึงทนคิดถึงบ้านไม่ได้เลยกลับ เธอว่าอยู่ที่บ้านแม้ได้เงินน้อยแต่สุขในหัวใจที่สุด (ฟังแล้วยิ้มเลย)
เวลาสั่งอาหารต้องบอกนะว่าขอรสไทย เพราะถ้ารสชาติปกตินี่ขนาดผัดกะเพรายังไม่ใส่พริก (นึกว่าฝรั่งกิน) ขอบอกที่นี่ตำส้มตำได้เผ็ดระเบิดแต่อร่อยล้ำมาก กินแล้วหยุดบ่ได้ ...เพราะมันเผ็ด
อาชีพหลักชาวลาวบนดอนต่างๆ คือปลูกข้าวและทำประมง แต่ในช่วงสามสี่ปีหลังปลาหายากมาก
จับได้ก็ตัวไม่ใหญ่มาก ...คำถามคือ ปลาหายไปไหน? เพราะเขื่อนที่ต้นน้ำกำลังจะทำให้ระบบนิเวศแตกสลาย 


ตอนนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปในทุกพื้นที่ อยู่ที่การปรับตัวของมนุษย์ (ผู้ทำลาย) ใช่หรือไม่?
แม้แม่น้ำโขงจะไหลเย็นและใสสะอาด แต่โกหกไม่ได้เลยว่าเห็นขยะพลาสติกมากเหลือเกิน
ทุกบ้านยังคงอาบน้ำ อยู่กินอาศัยใช้น้ำจากแม่น้ำโขงซึ่งยังคงเป็นทุกสิ่งอย่างของผู้คนที่นี่
สายน้ำที่ไหลเอื่อยเย็นในด้านที่ผู้คนตั้งรกรากอาศัย อีกด้านหนึ่งก็ไหลเชี่ยวกราก ดุดัน ฝ่าแก่งหินคมตามท่วงทำนองของธรรมชาติ 


โขง...แม่น้ำที่ทอดยาวผ่านชนชาติมากมายจะยังคงลึกลับและน่ายำเกรงอยู่ไม่เสื่อมคลาย?
หากแต่ 12 เขื่อนตามโครงการที่จะสร้างอย่างต่อเนื่อง ใน จีน ไทย ลาว กัมพูชา
จีนสร้างเสร็จไปแล้วสี่เขื่อน ปลาหายไปแล้วส่วนหนึ่ง
ไทยกำลังศึกษาผลกระทบในการสร้าง
ลาวกำลังสร้างที่ไชยบุรี ฯลฯ
ระบบนิเวศของลำน้ำโขงกำลังถูดตัดทอนเป็นช่วงๆ ...ห่วงโซ่อาหารและการทำมาหากินแบบดั้งเดิมกำลังแตกสลาย... เพื่อให้คนมีไฟฟ้าใช้...แม่น้ำโขงจะยังคงลึกลับและน่ายำเกรงอีกต่อไปล่ะหรือ...

11.10.55

Captain Abu Raed



ถึงคราวเสียน้ำตา เศร้าแต่รู้สึกดีมาก 
Captain Abu Raed เป็นหนังจากประเทศจอร์แดน (2007) 
หนังเก่าแล้วแต่เพิ่งมีโอกาสได้ดู 

"ผมชอบหนังสือ หนังสือเป็นครูของผม" 
เมื่ออาบูราอิดบอกว่าเขามีหนังสือมากถึงสองพันเล่ม กับ นัวร์ กัปตันหญิง 
นัวร์จึงถามกลับไปว่า

"ถ้าคุณอ่านหนังสือมากขนาดนั้น คุณก็มีความรู้มากมาย 
แล้วทำไมยังมาเป็นภารโรง (ในสนามบิน) ล่ะ
"ผมใช้หัวใจนำทางให้ชีวิต และบางอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต มันพาไปสู่ส่วนที่แตกต่าง" 

อาบูราอิดเก็บหมวกกัปตันได้ในถังขยะ เขานำมันกลับบ้านและสวมมัน จนเด็กๆ ในชุมชนคนยากจนที่บ้านเขาตั้งอยู่นึกว่า เขาเป็นกัปตันขับเครื่องบิน

หนังเรื่องนี้งดงาม เพราะหัวใจชายชราคนนี้สะอาดบริสุทธิ์มาก ท้ายที่สุดอาบูราอิดได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่น ผู้ที่อยู่ร่วมโลกอันคลุกเคล้าทั้งความดีและความโสมมของผู้คนใบนี้ 

และใช่..เป็นภาพชินตาที่อาบูราอิดมีหนังสืออยู่ในมือเกือบทุกฉากในหนัง
"Read"-ราอิด -ในภาษาอังกฤษคือคำตอบ

Bagan before sunset


ทะเลเจดีย์ ที่พุกาม

หากศรัทธาคือดอกไม้
ที่พุกามคงเป็นทุ่งดอกไม้สวยงามที่เบ่งบานเต็มพื้นที่ 42 ตารางกิโลเมตร 
แต่เป็นดอกไม้รูปร่างเหมือนเจดีย์ที่ก่ออิฐถือปูนด้วยศรัทธาธรรม
เมือก่อนเราเรียกพุกามว่าดินแดนเจดีย์สี่พันองค์ หากการสำรวจล่าสุด( 2521)

นี่ล่าสุดแล้วนะ อืมม์ ... ตอนนี้พบเหลือแค่ 2,230 เจดีย์ ( อยู่ดูได้เป็นเดือนยังไม่หมดเลยมั้ง) 

อาจเพราสภาพอากาศที่นี่มีความชื้นน้อย ออกไปทางร้อน จึงทำให้พุกามยืนยงคงทน และการใช้อิฐ


การเรียงอิฐแบบโบราณ บวกกับความศรัทธาเคารพของชาวพุทธในพม่า 
ทำให้อาณาจักรเจดีย์พันๆ องค์คงทนอวดความสวยงามอย่างที่เห็นกัน



อย่างที่บอกเจดีย์มีเป็นพัน วันเวลาที่ไปมีน้อยนิด
แล้วยังไง...ไม่หนำใจเลย ต้องไปใหม่อีกสักรอบ..ใช่ไหม

18.9.55

{nature}

ยังมุ่งมั่นอยากให้โลกนี้เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ ไม่ใช่การประดิฐษ์ของมนุษย์

10.9.55

little corner


มุมเล็กๆ บนโต๊ะทำงาน ไว้พักตาจากความล้าในการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ แคสตัสต้นเล็กๆ ช่วยดูดซับรังสีจากคอมได้ บางวันได้พักจากทำงาน ดอกไม้ก็เบิกบานตามเจ้าของโต๊ะ

8.9.55

‘no control’



อันนีกส์ นางเอกหน้าหวานจากหนังชีวประวัติขาวดำสุดเท่ของนักร้องนำวง Joy Division  ‘control’  

เอียน เคอร์ตีส (IAN CURTIS) ก็เป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งที่โคตรเก่งในวงการดนตรี 
เขาแต่งกวีเป็นบทเพลง เขาใช้ชีวิตในม่านควันสีเทาตลอดเวลา (อัดบุหรี่เป็นว่าเล่น) 
อ่านวรรณกรมเป็นเพื่อนแก้เหงา
 และตั้งชื่อวงดนตรีจากชื่อซ่องที่นาซีใช้บริการในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

ในขณะที่ชีวิตนักร้องของเอียนกำลังรุ่งโรจน์สวนทางกันกับเรื่องของความรักที่พุ่งดิ่งลงหุบเหว
…‘no control’  

ผมต่อสู้ระหว่างสิ่งที่ผมรู้ว่าใช่ในใจผม
กับความจริงอันบิดเบือนที่มองเห็นผ่านทางสายตาคนอื่น...คนที่ไร้หัวใจ
และถึงอย่างไรก็ไม่เห็นความแตกต่าง
การต่อสู้ระหว่างสติสัมปชัญญะและหัวใจมนุษย์
จนทุกอย่างมันเลยเถิด
ไม่อาจควบคุมไว้ได้ และไม่มีวันแก้ไขคืนมา

เอียนทำลายรักครั้งแรกลงด้วยการนอกใจ (เขาแต่งงานตอนอายุน้อยมาก) เมื่อได้เจออันนีกส์ รักอีกครั้งที่ถูกเลือก หญิงสาวที่มาดูคอนเสิร์ตของ Joy Division ภรรยาจับได้ว่าเอียนมีคนอื่น เอียนไม่เลือกใคร เขาโกหกว่าเลิกกับอันนีกส์แล้ว แต่ความจริงไม่ใช่  เขาไม่ได้เลิกรักอันนีกส์ ความรักก็คือความรัก โกหกกันไม่ได้ (หรือใครจะเถียง)

นี่คงเป็นความจริงเที่ยงแท้
รักทำลายความภูมิใจเสียแหลกเหลว
สิ่งที่ครั้งหนึ่งคือความบริสุทธิ์
เปลี่ยนผันเป็นอีกสิ่ง...
เมฆก้อนหนึ่งโรยตัวเหนือฉัน
มันจับตามองทุกย่างก้าว
ลึกลงไปในความทรงจำของสิ่งซึ่งครั้งนึงเคยเป็นความรัก
...กวีเศร้าบทสุดท้ายที่เอียนเขียนก่อนจะปลิดชีวิตตนเอง

ชีวิตจริงของนักร้องดังแห่งวง Joy Division และหนังเลือกถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นหนังขาวดำ ที่ใช้มุมภาพระดับสายตาช่างภาพมืออาชีพ มันสวยไปซะทุกช็อต ยังกับได้ดูภาพถ่ายขาวดำเท่ๆ ในหนังสือเล่มนึง

‘I am no control anymore’
……………

: IAN CURTIS เสียชีวิตอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น (DIED 18 MAY 1980)

ใบใหม่ถักเอง


3.4.55

อ่านหน้าร้อน

















3 เรื่องควบ ไม่ใช่หนัง (Movie) แต่เป็นหนังสือ (Books)
ตอนนี้อ่านหนังสือ วนไปมาอยู่สามเล่ม อย่าแปลกใจว่าทำไมมันไม่อ่านให้จบเป็นเล่มๆ ไป เรื่องของเรื่องคือ เมืองในหนังสือมันเกี่ยวพันกันไปมานั่นเอง

เล่มแรก "ละตินอเมริกา" ของ รศ.จิตราภรณ์ ตันรัตนกุล รวบรวมตั้งแต่อารยธรรมดั้งเดิมของประเทศต่างๆ แถบหมู่เกาะคาริบเบียน ทวีปอเมริกากลาง จนถึงแหลมทวีปอเมริกาใต้ เม็กซิโก เปรู อาร์เจนตินา ชิลี คิวบา ฯลฯ สมัยสเปนส่งนักล่าสมบัติ อาทิ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (จริงๆ มีนักล่าเยอะมากๆ) ไปแสวงหาสมบัติ (เครื่องเทศก็ถือเป็นสมบัติได้เหมือนกัน) ว่ากันว่า โคลัมบัสจะหาเมืองเครื่องเทศ แต่กลับไปเจอทวีปอเมริกาแทน ไล่ประวัติศาสตร์โดยสังเขปเรื่อยมาจนถึงยุคศตวรรษที่ 20 นั่นเทียว อ่านเพลินมาก พอพูดถึงสเปนผู้รุกราน ก็เห็นการกระทำของสเปนที่ทำกับคนอินเดียนที่โน้นอย่างน่าสะเทือนใจ อีกทั้งสเปนยังร่ำรวยเพราะเหมืองเงินทีได้จากแถบละตินอเมริกา ไหนจะขนทองคำสมบัติต่างๆ จากชนอินเดียนไปหมด มีส่วยที่ได้รับตลอดที่เป็นเจ้าอาณานิคมอีก ก็อยากรู้จักสเปนปัจจุบันว่าเก๋กู้ดตรงไหน ไปส่องๆ ชั้นหนังสือ (เท่าที่มี) ก็หยิบ 

"เที่ยวคาบสมุทรไอบีเรีย" (เขียนโดย ศิรินทร์ วงศ์พานิช) มาดูวาระปัจจุบัน “แหล่ง” ขึ้นหน้าชูตาของเขา เพื่อดูวัฒนธรรมความมั่งคั่งที่สั่งสมมาจากแผ่นดินอื่น รวมถึง ‘Plaza’ หรือจัตุรัสอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของสเปน (ที่มักจะสร้างไว้ตามเมืองอาณานิคมต่างๆ) ประมาณว่า ไปตีเมืองไหนก็สร้างพลาซ่าไว้ให้คนสเปนใช้พักผ่อน และค่อยตกทอดมาถึงวาระปัจจุบัน ขนาดสถานีรถไฟใต้ดินที่มาดริดยังตั้งชื่อว่า Cuzco เป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งของเปรูซะอีก (ที่เปรูเขียน Cusco) แค่ชื่อยังจะเอามาด้วยเนอะ ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมในสเปนเองก็เป็นปราสาทราชวัง ที่ไปสร้างทับที่มัสยิดของแขกมัวร์เดิม โดยเฉพาะที่แอนดาลูเซีย เมืองหลวงอาณาจักรแขกมัวร์ก่อนที่สเปนจะรบชนะขับไล่และบังคับให้มุสลิมหันมานับถือคริสต์ จนปัจจุบันเองสเปนก็ยังคงเก็บกินผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวในแคว้นนี้มากมาย ว่ากันว่าที่มหาวิหารเซวิล (โบสถ์ใหญ่ที่สร้างจากมัสยิดเก่า) คือที่ฝังศพของโคลัมบัสด้วย ในเล่มนี้มีสเปน โปตุเกส และโมรอกโก พูดถึงแขกมัวร์ ก็ย้อนกลับไปอ่านประวัติสเปนขับไล่แขกมัวร์ออกไปจากคาบสมุทรไอบีเรีย ที่เล่มแรกได้อีกด้วย
ครั้นพออ่านเล่มตั้งต้น (ละตินอเมริกา) มาถึงพวกสเปนตามทำลายล้างอินเดียนทั้งอาณาจักรแอสเต็ก (เม็กซิโก) กับอาณาจักรอินคา (เปรู) ซะแทบสิ้นสูญ ก็ลอบไปอ่านเล่มที่สามต่อ

คือ "เปรู" (ฟ้่า บุณยะรัตเวช) อาณาจักรอินคา ซึ่งดูจะเน้นหนักไปทางเที่ยวมาชูปิกชู อาณาจักรลับแลที่รอดพ้นจากการทำลายของสเปนมาได้ด้วยเพราะมีปราการธรรมชาติอันซับซ้อนปกป้องไว้มากกว่าภาพรวมของประเทศเปรูทั้งหมด เล่มนี้ออกจะไฮโซไปสักนิด เพราะเขียนถึงการเดินทางสุดเลิศและที่พักเก๋ๆ ที่เปรูไปซะเยอะ แต่ด้วยความที่นักเขียนชอบอาณาจักรอินคามาก ก็เลยมีความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ไกด์ของเขาเล่าโน่นนี่เสริม ในเรื่องของอินคาให้ได้รู้มากขึ้น..

รอบนี้ถือเป็นการอ่านที่สนุกสนานเอาการแฮะ
4 เมษายน 2555

27.3.55

{summer}


“เธอ” ตกหลุมรักเส้นทาง และเรื่องราวดีๆ มากมาย ระหว่างที่เดินทาง
 “เธอ” ค้นพบหัวใจดวงใหม่ของตัวเอง และรู้จัก หัวใจ ของคนอื่นๆ ระหว่างทางด้วย


29.2.55

little black bag {DIY}





















Do It Yourself 

อุปกรณ์ 
1 ไหมสีดำ 2 กลุ่ม (ใช้ไม่หมด) สำหรับไหมนี่มีสีให้เลือกเยอะมากๆ เลือกได้ตามชอบใจ ใครชอบสีสันมีเกือบทุกเฉดเลยนะคะ 
2 เข็มถักโคเชต์ เบอร์ 3-4 
3 หูกระเป๋าตามแบบที่ชอบ มีให้เลือกในร้านขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย ถ้่าร้านใหญ่หน่อยก็มีให้เลือกเยอะแบบคะ ทั้งไม้ หวาย พลาสติก เหล็ก ฯลฯ

* สำหรับฉันเอง มักจะใช้วิธีเดินหาหูกระเป๋าตามตลาดนัดของเก่า ที่เขาเอามาโละขาย บางใบชำรุด ขาดเป็นรู เลอะเทอะ แต่ตัวหูจับยังใช้ได้ บางทีก็ได้ของดีมากๆ อีกต่างหาก อาทิ อันนี้เป็นต้น ที่นำมาเลาะกระเป๋าผ้าเดิมออก แล้วใช้เฉพาะตัวหูหิ้วไม้

วิธีถัก ของใบที่เลือกทำก็ง่ายมาก คือถักลายธรรมดาเลยไม่มีแพตเทิร์นหรือลวดลายเพิ่มเติมใดๆ เพราะชอบแบบเรียบๆ แ่ล้วค่อยมาตกแต่งด้วยการทำปอม ปอม เสริมเข้าไป เพื่อให้ดูน่ารักขึ้น ตอนแรกว่าจะปักลูกปัดด้วย แต่มันดูเยอะเกินก็กลายมาเป็น LBB (Little Black Bag) แบบนี้ละคะ 




25.2.55

ของขวัญของเดือนกุมภาพันธ์






































ดอกตะแบกสีม่วงริมทางสองข้างถนนมุ่งหน้าลงใต้เริ่มบานแล้ว
นั่นทำให้เรารู้ว่า เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนโดยสมบูรณ์  ซึ่งถือว่าปีนี้มาเร็วพอสมควร ทั้งที่ยังไม่เข้าเดือนมีนาคมตามฤดูกาลเก่าก่อน ..โลกคงเป็นเช่นที่มันเป็น เปลี่ยนหรือไม่ไม่อาจวัดได้ด้วยช่วงวัยอันน้อยนิดของคนหนึ่งคน

ฉันกำลังจะไปทะเล ..
เอาเท้าไปย่ำทรายขาวๆ 
ไปสูดอายเค็มๆ ของลม
ไปหลับตาฟังเสียงทะเลพร่ำบ่นเป็นเสียงคลื่น
ไปเยี่ยมพี่ชายที่เคารพรักคนหนึ่ง...ที่พาตัวเองไปพำนักที่ริมทะเลมานานปีแล้ว

หัวหิน วันนี้เงียบ..
เป็นผลพวงจากน้ำท่วมใหญ่ของกรุงเทพฯ ..ซึ่งผู้คนที่นั่นมักมีหัวหินเป็นแหล่งพักผ่อน
วันนี้ หัวหินเงียบเหงา ...แต่ทะเลยังคงเริงร่ารับฤดูร้อน

ระหว่างนั้น
บทสนทนามีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง ทว่ามักจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะ หรือไม่ก็เป็นเพียงความเงียบ..แล้วแต่เรื่องราวที่พูดคุยกัน
อาหารอินเดียแสนอร่อยในมื้อค่ำ ช่างร้อนแรงพอๆ กับอากาศ
ของหวานอย่างข้าวฟ่างราดกะทิสดของป้าปรางค์รสเลิศเช่นเคย
เช้าชื่นกับลมทะเล แดดแรงแต่ไม่ร้อน เพราะเราแช่ทะเลอยู่
เพลงไพเราะคลอเคลียเบาๆ และหนังสือเล่มโปรดที่เกี่ยวกับอินเดีย ..มันน่ารื่นรมย์ใช่ไหมล่ะ
ยังไม่รวมกาแฟรสกลมกล่อม หอมกรุ่น ในยามบ่ายของร้าน Rhythm & Books ของพี่ชายคนที่ว่า
ภาณุ มณีวัฒนกุล หรือพี่บ๊าฟของน้องๆ

เหล่านี้เป็นของขวัญ..ที่ฉันให้ตัวเองในเดือนนี้
ไม่มาก..ไม่น้อยไปที่จะกล่าวว่า มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่สร้างได้เอง 


14.2.55

DIY ปักลูกปัด วิ้ง วิ้ง

ถ้ารู้สึกเบื่อเสื้อเก่า ก็เพิ่มความใหม่ให้มันซะ เราก็จะได้เสื้อใหม่ที่ไม่ต้องซื้อใหม่
เพียงแต่อาจต้องเสียสตางค์อีกนิดหน่อย สำหรับเครื่องมือในการสร้างความสวย ดังนี้

อุปกรณ์

1 ลูกปัดสีทอง (หรือสีตามชอบ) ซองละ 10 บาท หาซื้อได้ตามร้านกิ๊ฟชอป เครื่องเขียน และร้านขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อย

2 ด้าย สีตามสีเสื้อที่เราจะใส่วิ้ง ๆ ให้

3 เข็มเย็บผ้า

4 เสื้อตัวที่ต้องการยกเครื่องใหม่

แล้วก็ลงมือกดันเลย (รูป)

ปล.ในตัวที่ทำคือเจ้าของชอบอะไรน้อยๆ เล็กจ้อย เรียบๆ ก็เลยปักแบบนี้ เสื้อก็เลยโล่งๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าสังเกต จะเห็นรายละเอียดเล็กๆ พวกนี้คะ

ปักแบบเนา ทิ้งช่องห่างให้เท่าๆ กันจะดูสวยงาม 


แม้จะระยะช่องจะเท่ากัน แต่ให้ปักลูกปัดแบบเป๋ไปเป๋มา (ไม่เป็นเส้นตรง) จะทำให้ดูไร้ระเบียบ แต่น่ารักขึ้น
ลูกปัด 10 บาท ยังเหลือบานเลย ใครขยันหน่อย ปักเป็นลายดอกไม้เล็กๆ ก้ได้นะ 

เหลือที่ขอบเสื้อด้านล่างรักแร้ ^^ ก็เสร็จแล้ว

29.1.55

{lovely micky}

วาล์วเปิดก๊อกมิกกี้เมาท์ อาจทำให้คนเปิดอมยิ้มได้ในวันที่อารมณ์มู้ดดี้..

บางที แค่เราเลือกข้าวของเครื่องใช้ที่มีดีไซน์น่ารักๆ และแตกต่างไปจากสิ่งเดิมๆ ก็ให้ความรู้สึกต่อผู้ใช้อยู่เหมือนกันนะ

มันอาจเป็นแค่สิ่งเล็กๆ ที่บางคนอาจไม่เคยสังเกตเห็น ซึ่งในอีกมุม ..คนที่มองเห็นจะรู้สึกว่าเราใส่ใจสิ่งต่างๆ รอบตัวแค่ไหน


ดังนั้น ...การเลือกสรรของผู้ใช้ และการสร้างสรรค์ของผู้สร้าง จึงเป็นเรื่องน่าสนุก ตื่นเต้น และก่อเกิดสิ่งใหม่ๆ ที่เรียกว่างานดีไซน์บนโลกเสมอมา

28.1.55

{ to grow }

day 1


day 2
day 3 
day 4

day 5
day 6



















ไปตลาดนัดเจอป้าคนนึงนั่งขายกิ่งไม้แห้งๆ อยู่สามกอง เลยแวะถาม "ป้าขายอะไรคะ"
"ดอกเหมยค่ะ จากเชียงใหม่ เอากิ่งไปแช่น้ำเดี๋ยวก็ออกดอก"
"จริงสิ ..แล้วอยู่ได้นานแค่ไหนคะ"
"ก็เป็นปีนะ"
"...มีสีอะไรบ้างคะ" (อยากลอง)
"ขาว ชมพู เหลือง"
"งั้นหนูขอสีขาวกับชมพูอย่างละกอง" (กองละยี่สิบบาท)
....
ผลที่ปรากฏ ดอกไม้บานจริงๆ ..แต่
ทั้งหมดเป็นสีเหลือง ..ฮ่าๆ (ยังสงสัยอยู่ว่า จะมีสีขาวกับชมพูรึเปล่านะป้า)
คราวนี้ หลังจากเอาใส่แจกัน แช่น้ำไว้ จากกิ่งแห้งๆ ก็งอกตุ่ม
ผ่านไปสองวันมีใบอ่อน
ผ่านไปอีกสองวันออกตุ่มดอกอ่อน
ผ่านไปสองวันดอกไม้ก็บาน

...
อีกสองวันดอกไม้โรยรา..แต่ใบเขียวๆ ยังอยู่

คราวนี้จะรอดู ..อยูนานได้เป็นปี อย่างที่ป้าแกบอกรึเปล่าน้อ..


21.1.55

PINK {ชื่นบาน}





สีชมพู ถ้าใครไม่ชอบสีนี้จริงๆ คงต้องระวังในการใช้กันหน่อย แต่ขอบอกว่าไม่เลี่ยนเสมอไป การเลือกใช้สีชมพู (ที่ไม่ใช่สีแบบช็อกกิ้งพิงก์) จะช่วยให้ข้าวของ หรือ บ้าน เกิดความละเอียดอ่อนต่อผู้ที่พบเห็น ทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น อ่อนหวาน สะอาดสะอ้าน

การใช้สีชมพูกับสีขาว ยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

การใช้สีชมพูกับสีเขียว ก่อให้เกิดความสดชื่น ไม่เชื่อคุณลองนึกภาพดอกไม้สีชมพูที่มีกิ่งก้าน หรือใบสีเขียดสดๆ แซมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพวงชมพู เฟื่องฟ้า ไฮเดนเยีย กุหลาบหนู กุหลาบมอญ ชบา ดอกเข็มเล็กๆ
แค่จับมาใส่แก้วใสใบเล็ก มันก็ทำให้ความรู้สึกในห้องเรียบๆ เปลี่ยนเป็นชื่นบานขึ้นทันตาเลยเชียวล่ะ
ลองไปหาไม้ดอกที่มีสีชมพูมาปลูกในบ้าน แล้ววันไหนรู้อ่อนล้า เหนื่อย เบื่่อ  ก็ใช้ธรรมชาติบำบัด ด้วยการพึ่งพิงเจ้าดอกไม้ และ สี ชมพู นั่นไง